“วิศวกรรมศาสตร์เครื่องกล” หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนทุกอุตสาหกรรม

วิศวกรรมศาสตร์เครื่องกล

                ปัจจุบันการเรียนด้านวิศวกรรมศาสตร์ได้แบ่งแยกย่อยไปมากมายตามการเติบโตของสังคม แต่อย่างไรก็ตาม “วิศวกรรมศาสตร์เครื่องกล” ก็ยังคงเป็นสาขาที่สำคัญมากเป็นอันดับต้น ๆ เพราะอุตสาหกรรมทุกขนาด ไม่ว่าจะเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) หรือบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ ล้วนต้องใช้เครื่องจักรกลในการขับเคลื่อนธุรกิจ และการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมถึงการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทำให้ตลาดแรงงานต้องการคนที่เรียนจบทางด้านนี้มาช่วยงานอย่างต่อเนื่อง

วิศวกรรมศาสตร์เครื่องกลศูนย์รวมทักษะรอบด้าน

                ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วศ.บ.) ด้านวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกล ในแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีการเรียนการสอนแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่แล้วจะครอบคลุมตั้งแต่เรื่องการกำหนดคุณสมบัติเครื่องกล การออกแบบและสร้าง การผลิตและประกอบ การตรวจรับงาน การซ่อมบำรุง การตรวจสอบความเสียหาย ไปจนถึงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ จึงทำให้บัณฑิตที่จบจากทางด้านนี้มีทักษะรอบด้าน สามารถทำงานได้กับหลายอุตสาหกรรม เช่น การเกษตร อาหาร พลังงาน การผลิต การขนส่ง การป้องกันประเทศ การบินและอวกาศ เป็นต้น

                อีกทั้งยังประกอบอาชีพได้มากมาย ทั้งงานตรงสาย เช่น วิศวกรออกแบบชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ วิศวกรตรวจสอบคุณภาพ วิศวกรซ่อมบำรุงเครื่องจักร วิศวกรที่ปรึกษา วิศวกรสนาม วิศวกรบริการ นักวิชาการ นักวิจัย ผู้ประกอบการ ฯลฯ และสายงานใกล้เคียง เช่น Sale Engineer เป็นต้น

เรียนวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกลที่ไหนได้บ้าง

                ด้วยความต้องการของตลาดแรงงานที่ไม่เคยน้อยลง ปัจจุบันสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ทั้งของภาครัฐและเอกชน ได้บรรจุวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกลเป็นหนึ่งในสาขาที่เปิดสอนด้วย โดยมีทั้งภาคปกติ และภาคสมทบ เพื่อผลิตบุคลากรด้านวิศวกรรมให้เพียงพอ

                อย่างไรก็ตาม เนื้อหาการเรียนพื้นฐานของหลักสูตรในสถาบันการศึกษารัฐและเอกชนนั้นใกล้เคียงกัน คือเป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กำหนด แต่มีความแตกต่างกันอยู่บางประการ ผู้ที่สนใจเรียนต่อต้องพิจารณาเรื่องเหล่านี้ก่อนตัดสินใจสมัครสอบหรือสมัครเรียน

                สถาบันภาครัฐ มีความโดดเด่นเรื่องค่าเทอมไม่แพง ส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ คนรู้จักอย่างกว้างขวาง แต่ต้องแลกมากับการสอบแข่งขันที่ดุเดือด ซึ่งอาจต้องเตรียมตัวสอบและเรียนกวดวิชามาล่วงหน้าหลายปี และบางแห่งอาจไม่รับผู้มีวุฒิเทียบเท่า หรือการเทียบโอนหน่วยกิตจากผู้ที่ไม่ได้จบการศึกษาตามเกณฑ์ปกติ

                ส่วนสถาบันเอกชน โดดเด่นเรื่องสภาพแวดล้อมที่ทันสมัย ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสได้สัมผัสกับอุปกรณ์ในการทำงานจริงอย่างทั่วถึง ส่งเสริมให้การเรียนปฏิบัติมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีการสอนทักษะที่นอกเหนือจากด้านวิศวกรรมเพิ่มเติมด้วย เช่น การสื่อสารภาษาอังกฤษ การเป็นผู้ประกอบการ เป็นต้น แม้บางครั้งชื่อเสียงสถาบันอาจเท่าภาครัฐบางแห่ง แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างให้คนมีฝันได้พัฒนาตัวเอง โดยไม่ต้องหลุดออกนอกระบบการศึกษา เพียงเพราะข้อจำกัดใีวิต

MUT เปิดกว้างเพื่อคนอยากเรียนวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกล

            ที่ MUT (Mahanakorn University of Technology) หรือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร สถาบันอุดมศึกษาเอกชนระดับแนวหน้าในการผลิตวิศวกรเครื่องกลสู่สังคมมากว่า 30 ปี ก็มีสาขาวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกลให้เลือกเรียนด้วยเช่นกัน โดยได้รับการรับรองจากสภาวิศวกร และเป็นที่ยอมรับจากแวดวงวิชาการ กลุ่มธุรกิจ อุตสาหกรรม และส่วนราชการ

                ด้วยความเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อผลิตวิศวกรโดยเฉพาะ และมีความเข้าใจเรื่องความแตกต่างของผู้เรียน MUT จึงให้ความสำคัญกับการสภาพแวดล้อมของผู้เรียน ควบคู่กับการพัฒนาบุคลกรให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยมีแผนการเรียนทั้งภาคปกติเรียน 4 ปี และเทียบโอน 2 ปีครึ่ง ตอบโจทย์ทั้งคนที่มีวุฒิม.6 เทียบเท่า และต้องการเทียบโอน รวมทั้งออกแบบห้องเรียนและห้องปฏิบัติการให้ใกล้เคียงกับระบบอุตสาหกรรมจริง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนในการทำงานในอนาคต ผ่านการเรียนรู้และใช้งานอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร ที่ทันสมัยอย่างเต็มประสิทธิภาพ

                นอกจากนั้น ได้มีการสำรวจความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง แล้วนำข้อมูลมาปรับปรุงหลักสูตรอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้บัณฑิตจบใหม่เป็นที่ต้องการของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

                ถ้ามีฝันก็อย่าปล่อยให้ข้อจำกัดมาทำมันหลุดมือ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกล MUT เลยที่ https://mut.ac.th/eng_mechanical-engineering/ หรือสมัครเรียนคลิก https://mut.ac.th/admission/

Leave a Reply

Your email address will not be published.